ประกาศ
ติดตามข่าวสารบ้านราษฎร์



Post Reply 
 
Thread Rating:
  • 2 Votes - 2.5 Average
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
10-23-2012, 12:12 PM (This post was last modified: 10-24-2012 08:23 AM by aprilsun.)
Post: #21
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
เขียนถึงบรรดา "ราชันยุทธจักร" ทั้งหลายนั้นคนอ่านส่วนใหญ่จะเข้าถึงได้ไม่ยาก โดยพื้นฐานแล้วจะได้อ่านนิยายที่ท่านเหล่านี้แต่งกันบ้างไม่มากก็น้อย ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้นิยายระดับนี้แพร่หลายมากกว่านิยายของเหล่านักเขี​ยนระดับรองๆลงมาคือการถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนต์หรือไม่ก็ละครชุดทางโทรทัศน์

มังกรหยกทั้ง 3 ภาค, 8 เทพอสูรมังกรฟ้า,กระบี่เย้ยยุทธจักร ฯลฯ ของกิมย้ง....

ชอลิ้วเฮียง, เล็กเซี่ยวหง, กระบี่ของนายน้อยที่สาม, ชุดนิยายโป้วอั้งเสาะ ฯลฯ ของโกวเล้ง...

เรื่องเหล่านี้ถูกนำมาสร้างวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าซึ่งส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จ ก็ยิ่งเผยแพร่ให้คนรู้จักในวงกว้างมากขึ้นไปอีก อีกตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงแรงหนุนของสื่อภาพยนต์ที่มีต่อความแพร่หลายของนิยา​ยกำลังภายในคือนิยายเรื่อง "เสือซุ่ม มังกรหมอบ" ของนักประพันธ์เก่าแก่ที่นักอ่านรุ่นหลังๆลืมเลือนกันไปหมดแล้วที่ชื่อว่า "เฮ้งโต้วโล้ว" (หวังตู่ลู่) ท่านนี้เป็นนักประพันธ์รุ่นก่อนกิมย้งเสียอีกครับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ถูกยกย่องให้อยู่ในระดับคลาสสิกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ถูกยุคของมังกรหยกกลบเกลื่อนไปจนเจือจางมากแล้วในเมืองไทย จนกระทั่ง Ang Lee หรือ "หลี่อัน" ผู้กำกับหนังชาวไต้หวันที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในฮอลลีวู้ด ได้นำเรื่องเรื่องนี้ไปสร้างและนำออกฉายทั่วโลกในชื่อ Crouching tiger an hidden dragon เรื่องนี้จึงกลับมาดังอีกครั้ง เพราะหนังได้รับรางวัลออสการ์ด้วย ถ้าไม่มีหนังเรื่องนี้ออกมา นักอ่านนิยายกำลังภายในรุ่นหลังๆคงไม่รู้จักนิยายเรื่องนี้กันสักกี่คน

ด้วยกระแสสั่นสะเทือนยุทธจักรที่มาจากอิทธิพลของกิมย้งและเนี่ยอู้เซ็ง ได้ปลุกวงการนิยายกำลังภายในคืนชีพครั้งใหญ่ ประเมินกันคร่าวๆว่าในประมาณระหว่างช่วงปี 2500 - 2513 นั้น มีนักเขียนนิยายประเภทนี้ในฮ่องกงและไต้หวันไม่ต่ำกว่า 300 คน จนถึงช่วงปลายๆทศวรรษ 2520 ความซ้ำซากของโครงเรื่องและไม่มีนักเขียนดีเด่นอย่างแท้จริงทำให้วงการนี้ซบเซาลงเรื​่อยๆ ยิ่งเมื่อโกวเล้งถูกสุรากระชากวิญญาณตายตามลี้คิมฮวง (คิดว่าอายุขัยคงจะพอๆกัน เนื่องจากก่อนจะได้เมียเด็กอย่างซุนเซี่ยวอั้ง ลี้คิมฮวงเองก็ไอเป็นเลือดอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นอาการเดียวกับโกวเล้งอยู่แล้ว) หลังจากนั้นวงการยิ่งเงียบเหงาครับ การมาของ "อุนเลี่ยงเง็ก" (อุนสุยอัน) กับ "อึ้งเอ็ง" ที่ว่าแน่ๆก็ยังพยุงไม่ค่อยไหว ต้องอาศัยละครชุดทางโทรทัศน์ที่สร้างจากนิยายของสองคนนี้ช่วยกระตุ้นบ้าง จึงยังไม่ถึงกับหมดลมหายใจ เคยมีความพยายามดิ้นรนกระตุ้นวงการด้วยการจัดประกวดนิยายกำลังภายในจากหลายค่ายและหล​ายครั้ง แต่ก็ยังหาตัวตายตัวแทนที่ยอดเยี่ยมจริงๆไม่ได้เลย บางช่วงน.นพรัตน์ได้นำเรื่องที่ชนะการประกวดจากฦีมือของ "จิวนึ้ง" กับ "ไซมึ้งเต็ง" มาแปลเป็นภาษาไทย แม้คุณภาพของเรื่องถือว่าใช้ได้ แต่ก็เป็นแค่แรงกระเพื่อมเล็กๆที่ไม่อาจก่อกระแสคลื่นใหญ่ๆได้เลย

จนกระทั่งถึงยุคของ "หวงอี้" การฟื้นคืนของนิยายกำลังภายในจึงกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่

ตัวหวงอี้เองกว่าจะได้เกิดก็หาประตูอยู่นานครับ แกเขียนนิยายเรื่องแรกในชื่อ "หวงมู่" ด้วยลีลาที่แหวกแนวพอสมควร ว.ณ.เมืองลุงเคยได้นำมาแปลอยู่ 2 เรื่อง (แต่เนื่องจากยังอยู่ในยุคที่นิยายกำลังภายในใช้ภาษาแต้จิ๋วเป็นภาษาหลัก ชื่อผู้แต่งจึงถูกออกเสียงว่า "อึ้งบั๊ก") 2 เรื่องที่ว่าคือ "ศึกเลียดก๊ก" กับ "เหยี่ยวเหนือฟ้า" (เรื่องนี้น.นพรัตน์แปลซ้ำในชื่อเทพทลายนภา) หลายปีต่อมาจึงขึ้นชั้นเป็นผู้นำยุทธจักรนิยายกำลังภายในยุคใหม่ เป็นเพราะในยุคหลังนี้น.นพรัตน์ได้รับคำแนะนำจากมิตรผู้หวังดีให้เปลี่ยนมาใช้ภาษาจี​นกลาง เราจึงรู้จักเทพอักษรคนใหม่ในชื่อ "หวงอี้" แต่หากเป็นยุคก่อนเราน่าจะรู้จักคนนี้ในนาม "อึ้งเอี๊ยะ" ไปแล้ว

ตลาดใหญ่ของนิยายจีนกำลังภายในปัจจุบันอยู่ที่จีนแผ่นดินใหญ่แล้วครับ มีปริมาณผู้อ่านจำนวนมหาศาลรออยู่ ครั้งนี้จะยืนยงต่อไปอีกนานหรือจะกลับฟุบเหมือนเดิมคงขึ้นอยู่กับคุณภาพของวงการผู้ป​ระพันธ์เรื่องแล้ว ลำพังหวงอี้คนเดียวจะแน่แค่ไหนก็มีข้อจำกัด แม่ว่าจะมีกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่กับ social network เป็นกำลังหนุนที่แข็งแรง แต่คนๆเดียวเท่านี้ยังไงๆย่อมต้องมีข้อจำกัดอยู่แค่ระดับหนึ่ง ยิ่งนิยายแต่ละเรื่องของหวงอี้ในยุคเจิดจ้านี้ล้วนมีโครงเรื่องที่ใหญ่ มีทั้งพล็อตเรื่องและซับพล็อตที่ซับซ้อน ในด้านหนึ่งเป็นจุดแข็งที่ทำให้คนอ่านยอมรับ แต่ก็เป็นจุดอ่อนสำหรับการที่จะนำไปสร้างเป็นภาพยนต์หรือซีรี่ทางโทรทัศน์ เพราะฉากของแกทั้งเยอะทั้งใหญ่มาก ยิ่งมังกรคู่สู้สิบทิศแล้วยิ่งยาก เพราะอีตาโค่วจงกับฉีจื่อหลิงเที่ยวไล่ตีกับชาวบ้านตั้งแต่เมืองเล็กเมืองใหญ่ไล่ออก​ไปถึงทุ่งหญ้านอกกำแพงใหญ่โน่น จะสร้างให้ถึงขั้นเป็นที่ยอมรับคงต้องใช้ทุนมหาศาลเกินไป จะลดทอนรายละเอียดเพื่อให้สร้างง่ายขึ้นก็คงทำให้ภาพรวม "หลวม" ไปอีกมาก ไม่เหมือนชุดมังกรหยกที่โครงเรื่องใหญ่ก็จริง แต่สามารถตัดประเด็นประวัติศาสตร์ออกไปได้หลายส่วนโดยโครงเรื่องยังสนุกอยู่ การสร้างให้ประทับใจคนดูจึงง่ายกว่ากันเยอะ

ถ้าหากคลื่นลูกใหม่อย่าง"เฟิ่งเกอ" กับ "จิ่วถู" ที่กำลังเป็นที่ยอมรับอย่างสูงในขณะนี้ สามารถพัฒนารักษาระดับตนเองต่อไปได้ หวงอี้คงผ่อนแรงที่ต้องประคับประคองวงการได้เยอะ ส่วนที่เคยคิดจะฝากความหวังกับ เจิ้งฟง - กิมย้งหญิง" หรือ "หลงเหยิน" นั้น หลังจากที่ได้อ่านดูบ้างแล้วผมคิดว่ายัง "ชั้นไม่ถึง" อย่างแท้จริงครับ
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-24-2012, 01:09 AM (This post was last modified: 10-24-2012 10:09 AM by aprilsun.)
Post: #22
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
หวนรำลึกย้อนไปถึงยุคทองของนิยายจีนกำลังภายในช่วงประมาณปี 2500 - 2513 ที่น่าจะถือได้ว่ามีนักเขียนแนวนี้มากที่สุดเป็นปรากฏการณ์ แต่แนวทางการประพันธ์กลับถูกจำกัดอยู่เพียงไม่กี่แนวเท่านั้น ซึ่งแกนหลักที่ถูกใช้มากที่สุดคือ "การแก้แค้น"

หากเป็นคติพุทธที่คนไทยเชื่อถือนั้น ผู้อาวุโสมักจะสั่งสอนลูกหลานเลือดนักเลงทั้งหลายทำนองว่า "เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร" แต่ถ้าเป็นผู้อาวุโสในโลกยุทธภพของจีน การไม่แก้แค้นกลับกลายเป็นความอกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ต้องถูกเหยียดหยามประนามไปเลย นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งค่านิยมในหมู่ผู้ที่คิดว่าเป็นหน้าที่ของผู้กล้าหาญคือ "ใช้การฆ่าเพื่อระงับการฆ่า" ซึ่งกลายเป็นการส่งเสริมให้คนที่มีความสามารถในการฆ่าคนจำนวนมากสามารถอ้างตัวเป็นพร​ะเอกของเรื่องได้ โดยคนอ่านจะมองข้ามความอำมหิตที่ไม่ได้ต่างกันเลยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมะหรืออธรรม ซึ่งแนวทางนี้เขียนง่ายกว่าการที่จะพยายามเขียนแหวกกระแสเพื่อยกระดับให้นิยายจีนสูง​ขึ้นไปถึงระดับวรรณกรรม โกวเล้งที่ว่าเป็นผู้บุกเบิกแนวเรื่องแบบ realistic จนโดดเด่น ก็ยังเคยเวียนว่ายแนวทางนี้มาก่อนตั้งแต่ใช้นามปากกาแรกของเขาว่า "พ่อเกี่ยมเล้าจู๊" เช่นกัน

นักเขียนระดับที่ผมจัดเป็นพวก SME นั้น ส่วนใหญ่ก็ฉีกไม่ค่อยออกจากแนวทางที่ว่านี้ ในไต้หวันมีการจัดอันดับ 10 ยอดนักเขียนที่ถือว่ามีฝีมือที่สุด อันมี "อ้อเล้งเซ็ง" กับ "จูกัวะแชฮุ้น"เป็นแกนนำก็หนีไม่พ้นปลักน้ำเน่านี้เท่าไหร่ อยู่ที่ว่าเรื่องไหนจะเขียนได้ปราณีตมากน้อยกว่ากันเท่านั้น มีนักเขียนระดับนี้บางคนที่ผมมักจะเลือกอ่านเป็นพิเศษดังต่อไปนี้ครับ

- "อ้อเล้งเซ้ง".... คนนี้คือพี่ใหญ่ของ 10 เจ้ายุทธจักรไต้หวัน เขามักจะเขียนนิยายขนาดกลางไปจนถึงขนาดยาว ถึงแม้อ้อเล้งเซ้งจะมีแกนเรื่องการล้างแค้นเด่นชัดเกือบทุกเรื่อง แต่เขามักจะลดระดับให้สำคัญน้อยกว่าการต่อสู้เพื่อโค่นล้มจอมมารที่คิดจะครอบครองยุท​ธภพมากกว่า เอกลักษณ์นิยายของอ้อเล้งเซ้งคือ พระเอกมักจะออกโรงช้าครับ เขาชอบเปิดเรื่องด้วยตัวละครที่ทำให้คนอ่านคิดว่าเป็นตัวเอกในบทแรกๆก่อน บางเรื่องกว่าจะรู้ว่าใครเป็นพระเอกตัวจริงก็ล่วงเข้าไปตอนที่ 4-5 แล้ว โดยภาพรวมแล้วนิยายของเขาถือว่าเป็นเกณฑ์วัดแนวนี้ของนักเขียนคนอื่นๆว่ามาตรฐานสูงห​รือต่ำแค่ไหน ท่านว.ณ.เมืองลุงแจ้งเกิดในวงการนักแปลนิยายจีนด้วยเรื่อง "กระบี่ล้างแค้น" ที่เขียนโดยคนนี้เอง

ส่วนตัวผมแล้วชอบนิยายของอ้อเล้งเซ้งไม่เกิน 4 เรื่อง ที่ชอบที่สุดคือ "กระบี่จอมจักรพรรดิ" (ว.ณ.เมืองลุง) ซึ่งอ่าน"มันทั้งเรื่อง"จริงๆ เหนือกว่าเรื่องอื่นๆที่ตั้งต้นได้น่าสนใจ แต่มักจะลดระดับเป็นความน่าเบื่อตั้งแต่กลางเรื่องเป็นส่วนใหญ่ บางเรื่องถึงกับเข้ารกเข้าพงหาจุดสมดุลกับต้นเรื่องไม่เจอเลยด้วยซ้ำ

- "เซาะงัง" (ห่านป่าหิมะ).... คนนี้ผมให้ฉายาว่า "ทมยันตี" แห่งกำลังภายใน เนื่องจากมีความเหมือนตรงที่บุคคลิกของพระเอกไม่ว่ากี่เรื่องต่อกี่เรื่องจะซ้ำๆแทบจ​ะโขลกออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ของทมยันตีมักจะเป็น "ชายร่างสูงผิวคร้าม" ในขณะที่ของเซาะงังนี่พระเอกจะต้องมีบุคคลิกนักศึกษา (พวกร่างใหญ่กล้ามโตหมดสิทธิ์) ที่ดูเหมือนอ้อนแอ้นแต่ที่จริงแล้วจะต้อง "เย็นชา" ฝีมืออำมหิตชนิดฆ่าทีละคนไม่ค่อยเป็น มักจะได้รับบาดเจ็บหนักๆแต่ฟื้นตัวได้รวดเร็วยิ่งกว่าพวกร่างกายบึกบึนฟิตปั๋งมากมาย​นัก

คงเคยได้ยินคำพูดล้อเลียนที่ว่าพระเอกนิยายจีนมักจะมีซีนบังคับว่าต้องตกเขาถึงจะได้​วิชา พระเอกของเซาะงังจะเข้าสูตรนี้แบบเป๊ะๆเลย คือต้องตกเขาหรือไม่ก็ถูกรุกไล่ไปสู่พื้นที่มรณะชนิดไม่น่าจะรอดได้ จากนั้นถ้าไม่เจออาจารย์เลิศล้ำก็ต้องเสาะพบคัมภีร์ยอดวิชา สูตรสำเร็จต่อมาคือจะต้องได้ "หลักสูตรเร่งรัด" ประเภทพืชพิเศษอย่างยอดโสมพันปีบ้าง รากไม้ "ฮ้อซิ่วโอว" พันปีบ้าง หรือสมุนไพรอะไรก็แล้วแต่ที่อายุไม่ต่ำกว่าพันปีทั้งสิ้น ถ้าไม่เจอก็ต้องมีอาจารย์ที่ยอมตายเพราะเสียสละถ่ายทอดกำลังภายในให้มากจนเท่ากับคนอ​ื่นต้องฝึกกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่สำคัญคือพระเอกทุกคนที่ถูก "อัด" จนเป็นยอดฝีมือขนาดนั้น จะยังคงรักษาหุ่นนักศึกษารูปงามเอาไว้ได้ทั้งหมด ส่วนางเอกของเรื่องก็สูตรสำเร็จเช่นกัน มีอยู่ไม่เกิน 2 เรื่องที่พระเอกได้เมียคนเดียว นอกนั้นตั้งแต่ 2 ไปจนถึง 5 คนเสมอ แถมในจำนวนนั้นจะต้องมีที่สูงส่งระดับเจ้าหญิงของวังอะไรสักแห่งหนึ่งเสียด้วย ได้ข่าวว่าหลังจากหยุดเขียนนิยายแล้วเซาะงังหันไปเป็นครูสอนหนังสือ ผมเลยเดาว่าแกคงเป็นครูอยู่ใน "สถาบันกวดวิชา" แน่ๆ เพราะชอบความสำเร็จแบบทางลัดเสียขนาดนั้น

แต่น่าแปลกที่แม้นิยายของเซาะงังจะเดินตามสูตรสำเร็จชนิดไม่กระดิกเลย แต่หลายเรื่องของเขาจะมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ผมตามอ่าน ที่ประทับใจก็คือ "พัดเทวราช", "แดนมิคสัญญี" และ "แส้สะบัดเลือด" ผลงานแปลของน.นพรัตน์ทั้งหมด

- "ลิ้วชังเอี๊ยง"...ว่ากันว่าชีวิตจริงของนักประพันธ์คนนี้เป็นนักเลงหัวไม้คนหนึ่ง เพราะฉะนั้นแนวเรื่องของคนนี้จึงวนเวียนอยู่กับการฆ่าเพื่อชิงพื้นที่ผลประโยชน์ในยุ​ทธจักรเป็นส่วนใหญ่ นิยายทุกเรื่องของลิ้วชังเอี๊ยงจะเป็นเรื่องของการฆ่ากันระหว่างแก๊งมาเฟียในยุทธภพ ถ้าแกเขียนให้พระเอกอยู่ฝ่ายไหน ฝ่ายนั้นคือพวกธรรมะทั้งๆที่จริงก็แก๊งอันธพาลพอๆกัน

ลักษณะเด่นของนิยายลิ้วชังเอี๊ยงก็คืออาวุธถนัดของพระเอกมักจะมีลักษณะประหลาดๆ น้อยเรื่องที่พระเอกจะใช้ดาบหรือกระบี่เป็นอาวุธ ก่อนจะยกพวกตีกันจะต้องมีการด่าทอกันแบบยาวๆ เรียกหาคุณธรรมนักเลงกันเสียก่อน...แล้วก็ตะลุมบอนเลย แต่นิยายของลิ้วชังเอี๊ยงมีแฟนตามอ่านเยอะเพราะเขาเขียนได้ดุเดือดเลือดท่วมจอมาก ความอำมหิตของการฆ่ากันพอๆกับเซาะงัง แต่บรรยากาศดิบเถื่อนสะใจลูกผู้ชายมากกว่า

เรื่องที่ชอบที่สุดคือ "มือปิศาจ" เรื่องนี้สนุกมาก สมดุลทั้งเรื่องความดุเดือดและการบรรยายความรักระหว่างพระเอกนางเอก ไม่ได้โรแมนติคอะไรมากมาย แต่พอจะเห็นความงดงามด้านนี้มากขึ้นเมื่อเทียบกับความรักแบบนักเลงดิบๆจากเรื่องอื่น​ๆ อาวุธของพระเอกก็ประหลาด เป็น "เขาวัวเงิน" ที่น่าจะเขียนให้เห็นภาพการใช้อาวุธได้ไม่ง่าย แต่เขาทำได้ดีและเห็นคล้อยตามได้เลยว่าดุเดือดสมจริง

- "ฉิ่นอั้ง"...คนนี้ผมชอบเป็นพิเศษเพราะถูกจริตกับแนวเรื่องที่เขียนแบบซ่อนเงื่อนและหักมุมของเ​ขา ต้นเรื่องและเงื่อนไขของการเดินเรื่องแทบจะไม่มีเรื่องการแก้แค้นมาเกี่ยวข้องเท่าไห​ร่ สำนวนออกไปทางครึกครื้นก็จริงแต่บทจะเครียดก็มีน้ำหนักใช้ได้ นิยายของเขามีคนตายไม่ค่อยเยอะจึงไม่ค่อยถูกใจพวกนักอ่านซาดิสม์ พระเอกของฉิ่งอั้งไม่ค่อยมีประเภทได้วิชาและของวิเศษแบบฟุ่มเฟือยรายทางสักเท่าไหร่ คุณภาพโดยรวมของนักแต่งนิยายคนนี้ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับ ระดับ SME ด้วยกัน แต่ไม่มีเรื่องไหนที่ถึงระดับวรรณกรรมเลย

เรื่องที่ผมชอบมากของฉิ่งอั้งมี "วีรบุรุษหุ่น" , "บัญชานางกาลี" (ว.ณ.เมืองลุง) รองๆลงมามี โคมเก้ามังกร (ส.สมสกุล) "ดาบลมกรด" และ "นักสู้สลาตัน" (น.นพรัตน์)

- "เซียวอิด"...คนนี้ถูกจัดระดับให้ "เกือบขึ้นหิ้ง" เพราะหลายเรื่องของเขาเข้าขั้น "คลาสสิค" คือสูงกว่า "ฉิ่นอั้ง" และเทียบเท่ากับบางเรื่องของกิมย้ง เมื่อไหร่ที่เขียนถึงภูมิประเทศของจีนหรือเกร็ดประวัติศาสตร์ผู้อ่านจะยอมรับว่ารู้จ​ริง ไม่ค่อยมั่วเหมือนนักเขียนคนอื่นๆ เนื้อเรื่องไม่ค่อยแหวกกระแส แต่ต้นเรื่องและท้ายเรื่องจะสอดประสานลงตัว แทบจะไม่มีเรื่องไหนของเซียวอิดที่ตกม้าตายตอนท้ายเรื่องเหมือนกับนักเขียนอื่นๆส่วน​ใหญ่ บุคคลิกของพระเอกที่เขียนโดยเซียวอิดมักจะถูกใจนักอ่านทั้งชายและหญิง เพราะเด็ดเดี่ยวทรนงแต่ไม่ยโสโอหัง มีความอบอุ่นและมั่นคงจนเหมือนชายในฝันที่ผู้ชายอยากเป็นและผู้หญิงเสาะหา การบรรยายฉากบู๊ก็ไม่เยิ่นเย้อ กระชับและเฉียบขาดมาก นิยายของเซียวอิดจะมีดีมากบ้างหรือไม่ก็ด้อยไปบ้าง แต่ไม่มีความน่ารำคาญเจือปนเลย

เรื่องที่ผมชอบมากของเซียวอิดได้แก่ "ยอดยุทธยอดทรนง", "ยอดยุทธสุดขอบฟ้า", "ทายาทมังกร" (น.นพรัตน์)

- "อึ้งเอ็ง"...แม้จะไม่ใช่นักประพันธ์ระดับ "ปูชนีย์" เรื่องที่เขาเขียนก็ไม่ได้มีคุณค่าเชิงวรรณกรรมสักเรื่อง แต่ผมชอบอ่านนิยายของอึ้งเอ็งมากที่สุด อึ้งเอ็งเขียนแบบซ่อนปมหักมุมได้ไม่แพ้ฉิ่นอั้งและเหนือกว่าโกวเล้งด้วยซ้ำ, เขียนบทบู๊และบรรยายฉากการต่อสู้ได้ดีมากไม่ว่าจะเป็นความดุเดือดหรือการชิงไหวพริบก​ลยุทธ์ บุคคลิกตัวเอกอย่างฮุ้นปวยเอี๊ยงกับซิมเซ่งอีก็อยู่ในระดับคลาสสิค บางเรื่องที่มีการสอดแทรกปรัชญาอยู่บ้างก็ไม่ขัดความรู้สึก ถึงช่วงบีบเค้นอารมณ์ความรู้สึกก็พอไหว หลายเรื่องของเขาเน้นเรื่องของอาชีพนักฆ่าจึงมีฉากต่อสู้มากมาย แต่พล็อตเรื่องและการลำดับเหตุผลสามารถตรึงผู้อ่านได้เหนือชั้นกว่าลิ้วชังเอี๊ยงและ​เซาะงังเยอะ บทจะแหวกแนวก็จินตนาการบรรเจิดไปถึงมนุษย์ต่างดาวอย่างเช่น "มฤตยูแก้วผลึก" เลยก็มี

แต่อึ้งเอ็งไม่เคยเขียนเรื่องยาวเลย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสั้นไปจนถึงขนาดกลางมากกว่า ไม่เช่นนั้นก็เขียนแบบจบเป็นตอนๆต่อโดยใช้ตัวละครเดิม อย่างเช่นเรื่องของซิมเซ่งอีที่จะร้อยหลายๆเรื่องสั้นเป็นหนึ่งเรื่องยาว ดังนั้นจึงไม่สามารถพิสูจน์ตนเองได้ว่าเข้าใกล้ระดับโกวเล้งหรือเซียวอิดในด้านวรรณศ​ิลป์ ยิ่งความคิดสร้างสรรค์แล้วสู้โกวเล้งไม่ได้เลย แม้จะมีโอกาสเป็นนักเขียนเงาของโกวเล้งมาก่อนก็ตาม อย่างเช่นวิชาพลังไหมฟ้าที่ผู้ฝึกใช้เองไม่ได้ต้องถ่ายทอดให้ฮุ้นปวยเอี๊ยงถึงจะมีปร​ะสิทธิภาพในเรื่องกระบี่ไร้เทียมทาน นั่นก็อปปี้มาจาก "ลมปราณเสื้อวิวาห์"ในเรื่อง "ธวัชลำฟ้า" ของโกวเล้ง

น่าเสียดายที่อึ้งเอ็งอายุสั้นนัก ไม่อย่างนั้นด้วยศักยภาพที่ค่อนข้างเพียบพร้อม หากผ่านกาลเวลามากพอจนตกผลึกความคิดจนกล้าก้าวให้ไกลกว่าเดิม เขาอาจจะกลายเป็นอีกหนึ่งเสาหลักของวงการนี้ก็เป็นได้

เรื่องเด่นๆของอึ้งเอ็งที่ผมชอบ "กระบี่ไร้เทียมทาน" (น.นพรัตน์) เรื่องชุดของ "ซิมเซ่งอี" ตั้งแต่พยัคฆ์ลำพอง,ดาบอสูรเป็นต้น เรื่องที่ชอบเป็นพิเศษคือ "นักฆ่าคู่บัลลังก์" กับ "จิ้งเหลนมหากาฬ" ซึ่งเป็นงานแปลของ ว.ณ.เมืองลุงทั้งหมด

................................................................................​................................................................................​......................................................

ผมขอปิดท้ายความอยากเขียนเกี่ยวกับนิยายจีนกำลังภายในไว้ที่ตรงนี้ ทั้งข้อมูลและทัศนะทั้งหมดเป็นมุมมองส่วนตัวทั้งสิ้นครับ หากมีตรงไหนผิดพลาดประการใดก็โปรดอย่าได้ถือสา เพราะได้ออกตัวไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า เป็นความชอบส่วนตัวจริงๆ เขียนในฐานะคนที่รักและติดตามนิยายประเภทนี้มาตั้งแต่วัยเด็กประถมจนจวนจะเข้าวัยแก่​แล้ว....ไม่ใช่เป็นผลงานเขียนเชิงวิชาการหรือเขียนแบบอวดอ้างว่าเป็นผู้รู้แต่อย่างใ​ดครับ
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-26-2012, 01:08 PM
Post: #23
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
ฉิงสั่งซื้อหนังสือเรื่อง วีระบุรุษหุ่น วีระบุรุษสำราญ และโคมเก้ามังกรไปแล้วค่ะ
ไม่รู้จะหาอะไรมาตอบแทนน้ำใจของท่านเอพริลซันดี ฉิงมีแหล่งหนังในยูทูป ที่เขาเอาหนังชอว์บราเดอร์เก่าๆมาลง
ลองหายูทูปชื่อ suadet แล้วพิมพ์ชื่อหนังจีนต่อท้ายนะคะ หนังเก่าๆของเขาเยอะมากพอสมควร

ตัวอย่างซาเสียวเอี้ยค่ะ เอ๋อตงเซิน เล่นกับ หวีอันอัน
พวกหนังของตี้หลุง ฟู่เซิง สมัยก่อน มีให้โหลดบิทเช่นกัน ฉิงหาโหลดมาได้ประมาณ ยี่สิบกว่าเรื่องนะคะ




Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai
10-26-2012, 01:10 PM
Post: #24
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน




นี่ ชอลิ้วเฮียงถล่มวังค้างคาว โดยตี้หลุง

Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai
10-26-2012, 01:13 PM
Post: #25
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
สมัยก่อนๆ ดาราดังๆหลายคนยังเล่นเป็นตัวประกอบอยู่เลยค่ะ แม้กระทั่งฉีเส้าเฉียน หรือกู้กวนจง เล่นเป็นตัวร้ายอีกต่างหาก

Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai
10-26-2012, 08:10 PM (This post was last modified: 10-26-2012 08:11 PM by aprilsun.)
Post: #26
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
คุณฉิงฉิงมีศรัทธาต่อนิยายจีนแก่กล้าทีเดียว....ผมขอคารวะครับ ได้แต่หวังว่าจะชอบนิยายทั้ง 3 เรื่องนั้นบ้างไม่มากก็น้อย

นอกจากเรื่องวีรบุรุษสำราญของโกวเล้งที่น่าจะไม่มีปัญหาแล้ว...เรียนตรงๆว่าผมไม่ค่อ​ยมั่นใจว่านิยายของฉิ่นอั้งจะตรงกับแนวชอบของคุณฉิงฉิงสักแค่ไหน อย่างที่เคยวิจารณ์ไว้ว่านิยายของฉิ่นอั้งเป็น "นิยาย"จริงๆ ไม่ได้แทรกประวัติศาสตร์จีนซึ่งลำบากสำหรับคนเขียนมากๆที่จะเขียนให้ได้ดี แต่หากทำได้ถึงระดับก็จะสร้างความประทับใจไผู้อ่านได้ไม่ยาก จุดเด่นของทั้งวีรบุรุษหุ่นและโคมเก้ามังกรคือการวางพล็อตที่ไหลลื่นและการซ่อนตัวละ​ครได้เนียนพอสมควร ตัวละครของฉิ่นอั้งไม่ค่อยถูกลืมจนขาดหายไปดื้อๆจนหลายครั้งโครงเรื่องหลวมและหลงทิศ​ไปเลย อีกอย่างหนึ่งนิยายของฉิ่นอั้งคาดหวังได้แค่ความ "สนุก" ไม่ใช่ความ "คลาสสิค" ครับ

ปรกติแล้วผมไม่ค่อยคิดจะพูดถึงภาพยนต์กำลังภายในมากนัก เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีคนชอบแบบจริงจังสักแค่ไหน แต่พอคุณฉิงฉิงสะสมหนังกำลังภายในของชอว์บราเธอร์ถึงกว่า 20 เรื่อง เลยออกอาการคันไม้คันมืออยากเขียนประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาอีกแล้ว​สิครับ....จะมีใครสนใจหรือเข้าถึงสักแค่ไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-26-2012, 08:36 PM (This post was last modified: 12-19-2012 08:17 AM by aprilsun.)
Post: #27
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
บริษัทชอว์บราเธอร์เคยเป็นบริษัทสร้างภาพยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนเกาะฮ่องกง โรงถ่ายของชอว์มีอาณาบริเวณขนาดครอบครองภูเขาลูกหนึ่งบนเกาะฮ่องกง ลองคิดดูว่าตั้งแต่ 40-50 ปีที่แล้วราคาที่ดินของฮ่องกงเขาคิดกันเป็นตารางฟุตอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นไร่หรือเป็นตารางวา แล้วเฉพาะมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนี้จะมหาศาลขนาดไหน? ภาพยนต์ของชอว์สามารถจะถ่ายทำทั้งเรื่องภายในโรงถ่ายนี้โดยไม่ต้องออกนอกสถานที่ทั้ง​ฉากอินดอร์และเอาท์ดอร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเช่นนั้น แต่หากมีการถ่ายทำภายนอกจริงๆ สถานที่ยอดนิยมยกกองไปถ่ายทำก็คือที่ประเทศเกาหลีครับ

นอกจากนี้ชอว์ยังได้ลงทุนบนเกาะสิงคโปร์อีกไม่น้อย ที่เห็นชัดๆก็อาคาร Shaw Center ที่ถนน Orchard กับ อาคาร Shaw Tower ที่แถวๆมารีนาเบย์แซนด์อีก เฉพาะ 2 อาคารนี้ก็ประเมินไม่ถูกแล้ว ที่จริง "เซอร์ รัน-รัน ชอว์" เคยประกาศที่กรุงเทพฯเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้วว่าต้องการจะลงทุนอุตสาหกรรมผลิตภาพยนต์ในประเทศไทย ถึงขนาดเคยเชิญดาราอันดับหนึ่งของไทยในขณะนั้นคือ "มิตร ชัยบัญชา" ไปแสดงเป็นพระเอกในหนังกำลังภายในของชอว์เรื่อง "อัศวินดาบกายสิทธิ์" ด้วย หนังเรื่องนี้สร้างเสร็จและฉายในประเทศไทย แต่โครงการลงทุนที่ว่ากลับค่อยๆเลือนหายจนเงียบไปในที่สุด

บริษัทชอว์บราเธอร์สรุ่งเรืองกับการสร้างหนังแนวโบราณของจีนยาวนานมาก ตั้งแต่ช่วงต้นของปี 2500 ไปจนประมาณปี 2520 โดยแทบจะไม่มีบริษัทอื่นใดเทียบรัศมีได้เลย จนกระทั่งการกลับเกาะฮ่องกงของ "บรู๊ซ ลี" ที่จับมือกับบริษัทผู้สร้างชื่อ Golden Harvest รัศมีของ Shaw Brother จึงเริ่มอับแสงลงเรื่อยๆ

เรื่อง "ซาเสียวเอี้ย" และ "ชอลิ้วเฮียง" ที่คุณฉิงฉิงโพสต์ถึงนั้น เป็น 2 จากหลายสิบเรื่องที่ "ฉู่เหยียน" ผูกขาดกำกับนิยายของโกวเล้งครับ

พระเอก "เอ๋อตงเซิง" ในเรื่องซาเสียวเอี้ยนั้น ตอนนั้นเขาเริ่มเป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ของชอว์ ที่จริงแล้วเขาเป็นน้องชายของซุป'ตาร์อันดับของชอว์ที่ชื่อ "เดวิด เจียง" ลูกสาวผมที่เคยนั่งดูวิดีโอหนังชอว์เรื่องนี้กับผมยังออกปากว่าดาราคนนี้ "หล่อกว่าโดมเสียอีก" ปัจจุบันเขาเป็นผู้กำกับภาพยนต์ระดับมือรางวัลของวงการภาพยนต์ฮ่องกงทีเดียว
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-26-2012, 09:23 PM (This post was last modified: 12-19-2012 08:21 AM by aprilsun.)
Post: #28
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
สมัยที่หนังของชอว์ถูกนำเข้ามาฉายแบบต่อเนื่องนั้น ผมติดตามดูในโรงหนังเสีย 8 ใน 10 เรื่องทั้งหมดทีเดียว หมายถึงหนังกำลังภายในนะครับ พวกหนังชีวิตและหนังวัยรุ่นของชอว์ผมไม่ค่อยชอบดูเท่าไหร่ ด้วยความที่บ้าหนังชอว์แบบเข้าเส้นเลือด แค่ดูโปสเตอร์หนังล่วงหน้าผมก็รู้แล้วว่าหนังเรื่องนั้นมีอะไรที่น่าดูมากน้อยแค่ไหน​

องค์ประกอบของหนังชอว์ที่ผมใช้ในการคาดเดาความสนุกนั้น อันดับหนึ่งคือผู้กำกับภาพยนต์ อันดับสองคือผู้กำกับคิวบู๊ และถึงจะมาเป็นผู้แสดงและคนเขียนบท ผมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเนื่้อเรื่องเพราะ ข้อแรก ถ้าสร้างจากนิยายผมจะรู้เนื้อเรื่องอยู่แล้ว แต่ถ้าเขียนบทขึ้นมาเพื่อสร้างหนังโดยตรง บอกได้เลยว่าไม่ต้องคาดหวังเพราะหาเนื้อเรื่องไม่ค่อยเจอ บู๊เอามันเป็นหลักครับ

ยุคที่หนังกำลังภายในของชอว์เฟื่องฟูสุดขีดนั้น จะมีทีมสร้างหนังหลักๆแค่ 3 ทีม นอกนั้นจะมีสอดแทรกขึ้นมาแบบนานๆจะมีสักเรื่องหนึ่งรวมๆแล้วไม่ถึง 20% ของจำนวนที่สร้างแต่ละปีเท่านั้น 3 ทีมที่ว่าได้แก่

- ทีมของ "จางเชอะ" คนนี้เคยเป็นผู้กำกับอันดับ 1 ของชอว์ เป็นผู้สร้างตำนาน "เดชไอ้ด้วน" ที่หวังอยู่เคยแสดงจนดังมากถึงขนาดวัยรุ่นโก๋หลังวังยกย่องว่าเท่ไม่แพ้ "เจมส์ ดีน" เลยทีเดียว เขาเป็นคนสร้าง "เดวิดเจียง" และ "ตี้หลุง" และ "เฉินกวนไท่" ดังเป็นรุ่นถัดมา คั่นรุ่นด้วย "ฟู่เซิน-ซิกวนชุน"", จนท้ายสุดก็สร้าง " 5 จอมโหด" เป็นรุ่นสุดท้าย ที่บอกว่าเป็น 5 จอมโหดนั้นหมายถึงดาราประเภทโชว์กล้าม 5 คน ที่เล่นครบทุกคนในทุกเรื่องที่จางเชอะสร้างอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเรื่องแรกของรุ่นนี้ถูกตั้งชื่อขึ้นต้นว่า "จอมโหด..." แล้วกระชากเลือดสะใจซาดิสม์ ดังนั้นหนังเรื่องต่อๆมาสำหรับลูกศิษย์รุ่นนี้จึงขึ้นต้นด้วยคำว่าจอมโหดแทบจะทุกเรื​่อง

ผู้กำกับคิวบู๊ให้กับจางเชอะมีหลายคน เนื่องจากดาราขาประจำของจางเชอะส่วนใหญ่จะมีความรู้เรื่องหมัดมวย อย่างเช่นเฉินกวนไท่นี่คืออดีตแชมป์มวยจีนแห่งเอเซียมาก่อน ดังนั้นจึงมักจะช่วยๆกันออกแบบคิวบู๊ได้ไม่ยาก จนกระทั่งถึงรุ่น 5 มนุษย์จอมโหดที่มี "หลอเมิ่ง, ซุนเจี้ยน, หลู่ฟง, กวอจุ้ย และเจียงเซิน" ทั้งชุดนี้ทั้งแสดงเป็นตัวเอกและเป็นทีมกำกับคิวบู๊แบบเงินทองไม่ต้องรั่วไหลไปนอก "ครอบครัว" เลย

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่จางเชอะถูกทีมของฉู่เหยียนกลบรัศมีจนอับแสง เพราะฉู่เหยียนไปเซ็นเหมาซื้อลิขสิทธิ์นิยายของโกวเล้งทุกเรื่องมาสร้างหนัง จนครั้งหนึ่งที่จางเชอะฮึดสู้ไปอ้อนของบประมาณจากเจ้าของบริษัททุ่มซื้อลิขสิทธิ์เรื​่อง "มังกรหยก" ของกิมย้งมาสร้าง ให้ฟู่เซิงเล่นเป็นก๊วยเจ๋ง ครั้งนั้นได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญคือในวันแรกที่ฉาย แฟนหนังชาวฮ่องกงแย่งกันซื้อตั๋วอย่างเบียดเสียดจนคอกขายตั๋วถึงกับพังทีเดียว

มือเขียนบทประจำของจางเชอะที่ดังระเบิดเถิดเทิงนับตั้งแต่เดชไอ้ด้วนแล้วเป็นขาประจำ​ต่อมาอีกนานปีคือ "หนีค่วง" คนนี้เป็นเพื่อนสนิทกับกิมย้ง เขาเป็นคนที่เขียนวิจารณ์จัดลำดับคุณภาพนิยายของกิมย้งเผยแพร่ออกมาแล้วถูกคัดลอกนำไ​ปอ้างอิงจนเป็นมาตรฐานไปเลย ที่น่าสนใจมากคือเคยเป็น ghost writer ให้กับกิมย้งตอนที่หนีไปพักผ่อน โดยเขียนแทนให้หลายบทในเรื่อง "จิ้งจอกอหังการ์" ครับ


- ทีมของฉู่เหยียน ทีมนี้ดังแบบต่อเนื่องเพราะสร้างจากนิยายของโกวเล้งแทบจะ 100% เรื่องแรกที่สร้างปรากฏการณ์คือ "ดาวตก ผีเสื้อ กระบี่" หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยอีกหลายสิบเรื่อง รวมถึง "ซาเสียวเอี้ย", ชุดของชอลิ้วเฮียงที่มีตี้หลุงเล่นบทนี้ ตี้หลุง (ที่ถูกแล้วต้องออกเสียงว่า - ตี๋หลง) เล่นเป็นพระเอกให้กับฉู่เหยียนมากที่สุดทั้งๆที่จางเชอะเป็นคนปั้นเขาขึ้นมา แต่คงเนื่องจากถูกรุ่นเดียวกันอย่าง "เดวิด เจียง" ข่มทั้งบทและการโปรโมทโดยตลอด จึงเต็มใจมาเล่นให้ฉู่เหยียนในช่วงหลังๆ และได้เป็นพระเอกอันดับหนึ่งของสายนี้จริงๆ เขาได้ผูกขาดหนังชุดของชอลิ้วเฮียง, ลี้คิมฮวง, โป้วอั้งเสาะแต่ผู้เดียว

ผู้กำกับคิวบู๊ให้กับฉู่เหยียนเป็นประจำคือ "ถังเจีย" และ "หวงเพ่ยฉี" ลีลาการต่อสู้ในหนังสายของฉู่เหยียนจะถูกเน้นน้อยกว่าการดำเนินเรื่องและความสวยงามข​องฉาก ซึ่งในด้านหนึ่งถือว่าเป็นการ "เสียของ" อย่างยิ่ง แม้ว่าหลายๆเรื่องของฉู่เหยียนจะมีฉากการต่อสู้ที่ดูสวยงาม ตัวอย่างเช่นการต่อสู้ระหว่างซาเสียวเอี้ยกับอี้จับซาในดงไม้แดง แต่ภาพรวมแล้วถังเจียทำได้ดีกว่านั้นอีกมากเมื่อไปกำกับคิวบู๊ให้กับผู้กำกับที่ชื่อ​ "ซุนจ้ง" และอีก 2 เรื่องที่ถังเจียขึ้นชั้นเป็นผู้กำกับภาพยนต์เอง
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-26-2012, 09:29 PM
Post: #29
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
เรื่องกำลังภายในทั้งหนังสืิอแล้วก็หนัง ฉิงก็ชอบแบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน 55 เหมือนมันเป็นโลกส่วนตัวยังไงพิกล
คือมีแล้วเก็บ ดูซ้ำ อ่านซ้ำได้ไม่เบื่อ ไม่อยากจะบอก เพลงไตเติล เพลงปิดท้ายหนังจีนยุคก่อน ก็หาฟังมั่วเนื้อร้องไปได้เกือบทุกเรื่องอีกเหมือนกัน (สามีบอกฉิงเข้าขั้นออบเสส แต่เขาก็หาโหลดให้ตลอดเวลาเพราะรู้ว่าเราชอบ55 )

ชื่อโหลดบิทเป็นภาษาอังกฤษบางครั้งฟังแล้วก็เดาเอาตรงมั่งไม่ตรงมั่งเช่น jade tiger ฉิงก็เดาเป็นศึกเสือหยกขาว แล้วจำพวก sentimental swordman อะไรพวกนี้ ก็กลุ่มๆฤทธิ์มีดสั้น เพราะมีสองหรือสามภาคฉิงจำไม่ค่อยได้ เรื่องมันยาวเขาเลยตัดเป็นตอนๆ ตี้หลุงเป็นพระเอก ในยูทูปมีเวอรชัน จูเจียงเล่นด้วยนะคะ โหลดมาแล้วเป็นตอนๆยังไม่ได้ทำให้มันเป็นตอนใหญ่เดียวกัน ต้องรอสามี ฉิงทำพวกนี้ไม่เป็นเลย คอยบอกอย่างเดียวเอาเรื่องไหน เขาก็ไปหาๆมา

อีกเรื่องดังๆคือ brave archery มีทั้งหมด 5 ตอน เหมือนทำออกมาเป็นbox set เลยนะคะ ฟู่เซิงเหมาหมด
สองสามปีที่แล้วไปอ่านเวปบอร์ดจีนๆที่ไหนสักแห่ง ว่าชอว์บราเดอร์เขาเอาหนังเก่ามาทำเป็นแบบ HD หลังจากนั้นฉิงก็ไล่หาทางเนทได้ค่ะ มีคนปล่อยเป็นระลอกๆเป็นชุดๆๆๆเรียงกันมาเลย แต่หาได้จากบิทนอกนะคะ บิทไทยไม่ค่อยมี

หนังทั้งหมดที่ดูเสียงในฟิลม อาศัยอ่านซับไตเติลบ้างหรือไม่ก็รู้เรื่องอยู่ก่อน เนียนดูไปเรื่อยๆ

ให้ฉิงไปเยาวราช ไปไม่เป็นค่ะ แค่นึกก็เหนื่อยแล้ว เลยขอสะสมแบบสะดวก แหะแหะ ผิด กม ก็ยอมรับแต่ความอยากมีมากกว่า

ฉิงเพิ่งทราบว่าเอ๋อตงเซินเป็นน้องชายเดวิด เจียง รู้แต่เขาเป็นแฟนหวีอันอันอยู่ช่วงนึง ไม่รู้แค่รักโปรโมตหนังเหมือนดาราสมัยนี้หรือเปล่านะคะ

ดูหนังกำลังภายในบ่อยๆจะจำฉากเอาท์ดอร์ได้ เป็นป่าสน มีทางโค้งๆให้ม้าของบรรดาพระนาง วิ่งโค้งๆออกมา
อาจจะไปเช่าเขาท่านเซอร์ รัน รัน ชอว์ ก็อาจเป็นได้นะคะ^^

Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai, ไทคูน
10-26-2012, 09:44 PM
Post: #30
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
เขียนเล่ามาเถอะค่ะ ฉิงอ่านหลายเที่ยว เกร็ดความรู้จากประสบการณ์จริงมีค่าและตรงไปตรงมาแบบนี้ ไม่ใช่จะหาอ่านที่ไหนได้อีกแล้ว สมัยก่อนอ่านทีวีรีวิว รีวิวทีวี นั่นเขาก็เขียนเชิงการค้า เราก็เด็กเกินกว่าที่จะจดจำรายละเอียดหรืออ่านได้ตรงไหนสำคัญหรือไม่สำคัญ หนังสนุกถูกใจ พระนางสวยหล่อ ต่อสู้สวยงาม ชุดพริ้วไปมา นี่ก็สมใจเด็กประถมต้นแล้วค่ะ

ได้มีโอกาสอ่านสาระสำคัญๆแจกแจงรายละเอียดเป็นหมวดหมู่แบบนี้ เหมือนย้อนกลับไปสมัยเด็กอีกครั้ง แต่กลับไปแบบบีอะไรติดหัวบ้าง ไว้ปะติดปะต่อกับความทรงจำในวัยเด็ก

มีความสุขมากค่ะ

Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai
10-26-2012, 10:42 PM (This post was last modified: 10-27-2012 10:25 AM by aprilsun.)
Post: #31
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
ดีใจที่ยังมีคนอ่านเรื่องพวกนี้ครับ นี่ยังแปลกใจตัวเองอยู่เลยว่าไปเอาความทรงจำที่ไหนมาเขียนได้ยืดยาวขนาดนี้ ที่จริงผมไม่ได้คิดถึงเรื่องพวกนี้นานมากแล้วนะครับ ต้องขอบคุณทั้งคุณฉิงฉิงที่ยังตามอ่าน และคุณ chaichai ที่เปิดประเด็น "เซาะซัวปวยฮู้" จนเหมือนไปเปิดวาล์วความทรงจำเก่าๆของผมออกมา...ผมขอต่อให้จบตามที่ตั้งใจนะครับ

- ทีมที่ 3 เป็นพวกสกุล "หลิว" ครับ พี่ใหญ่ชื่อ "หลิวเจียเหลียง" คนกลางชื่อ "หลิวเจียหยง" และน้องสุดท้องชื่อ "หลิวเจียฮุย" ทั้ง 3 คนนี่เป็นมวยจริงๆรำอาวุธจีนโบราณได้อย่างมีประสิทธิภาพในชีวิตจริงด้วย พี่ใหญ่หลิวเจียเหลียงนั้นเป็นผู้กำกับ หลิวเจียหยงที่เป็นคนกลางจะช่วยกำกับคิวบู๊ร่วมกับพี่ใหญ่ ส่วนน้องคนเล็ก "หลิวเจียฮุย" นั้นมักจะแสดงเป็นพระเอกในหนังของพี่ชายทั้งสองเสมอๆ แนวทางของทีมนี้ส่วนใหญ่คือ...ไม่มีเนื้อเรื่องครับ บู๊สนุกเป็นหลัก นานมากทีเดียวที่จะสร้างหนังที่มีเนื้อหาหนักแน่นสักเรื่องหนึ่ง อย่างเรื่อง "ศึกเจ้าระฆังทอง" ที่จับเนื้อหาประวัติของนักมวยเส้าหลินในตำนานที่ชื่อ "หงซีกวน" ผู้พยายามจะฆ่า "นักพรตคิ้วขาว" ที่เป็นกองหนุนสำคัญให้ราชสำนักแมนจูเผาวักเส้าหลินได้สำเร็จ ที่จำได้ได้อีกเรื่องหนึ่งคือ "ฤทธิ์หมัดตั๊กแตน" เรื่องนี้เดวิด เจียงเล่นเป็นไส้ศึกแมนจูที่แฝงตัวเข้าไปหาหลักฐานในหมู่บ้านตระกูลหนึ่งซึ่งเป็นแหล​่งชุมนุมกลุ่มต้านแมนจู ทั้งสองเรื่องนี้เนื้อหาหนักแน่นและกระบวนท่าต่อสู้สวยงามทรงพลังมากๆ เรียกว่าหนังยุคใหม่น้อยเรื่องนักจะทาบได้ติด เพราะเขาไม่ใช้ special effect ไม่ใช้ CG อะไรมาช่วยเลย ฝีมือนักแสดงและสตันท์แมนล้วนๆ

เรื่องเขียนบทก็เขียนกันเอง ไม่เคยซื้อนิยายอะไรมาสร้างทั้งนั้น บางทีก็แต่งเรื่องเองหรือไม่ก็เอาเรื่องเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเก่าๆมาขยายประเด็น สำคัญที่สุดคือฉากบู๊ครับ เกือบทุกเรื่องจะได้เห็นการร่ายรำอาวุธมาตรฐานนับสิบชนิดทีเดียว

หลิวเจียเหลียงเพิ่งให้สัมภาษณ์กับทีมทำสารคดีหนังกำลังภายในของโทรทัศน์จีนช่องหนึ่​งเมื่อไม่นานมานี้ว่า ครอบครัวเขาเป็นลูกศิษย์สืบเชื้อสายมาจากเส้าหลินแท้ๆ โดยลำดับว่า สายสำนักมวยของเขาสืบทอดมาจาก "ลู่อาไฉ" ซึ่งเป็นอาจารย์ของ "หวงฉีอิง" ผู้เป็นพ่อของ "หวงเฟยหง" และอาจารย์ปู่ของหลิวเจียเหลียงเป็นลูกศิษย์ของหวงเฟยหงอีกทอดหนึ่ง....ซึ่งเป็นเรื่​องที่แปลกและขัดกันกับนักประวัติศาสตร์จีนในประเทศไทยท่านหนึ่งคือ อาจารย์ถาวร สิกขโกศล ท่านเคยเขียนว่านักวิเคราะห์ประวัติศาสตร์จีนนั้นเห็นว่า "หงซีกวน (อั้งฮีกัว)-ฟางซื่ออวี้ (ปึงซี่เง็ก) " นั้นไม่มีตัวตนจริงๆ เป็นแค่นิยายของคนจีนที่แต่งขึ้นจากความอัดอั้นที่ถูกราชวงศ์แมนจูปกครอง แล้วลู่อาไฉซึ่งเป็นศิษย์เส้าหลินรุ่นแตกหนีจากการเผาวัดเส้าหลินด้วยกันจะมีตัวตนจร​ิงได้อย่างไร?

นอกจาก 3 ทีมที่ว่านี้แล้ว หนังของชอว์ที่ผมจะต้องตามเก็บทุกเรื่องถ้าเจอคือหนังของ "ซุนจ้ง" ที่นำเข้ามาฉายในไทยมีไม่กี่เรื่อง แต่ทุกเรื่องคุณภาพดีกว่าของฉู่เหยียนที่คนไทยยุคบ้ากำลังภายในรู้จักและชื่นชอบที่ส​ุด ทั้งๆที่ใช้ชุดนักเขียนบทและผู้กำกับคิวบู๊ชุดเดียวกัน ภาพยนต์ของซุนจ้งจะมีบทที่เข้มข้นกว่า มุมกล้องประณีตกว่า ที่สำคัญท่าทางการต่อสู้ไม่ได้เน้นแค่เรื่องพริ้วไหวอย่างของหนังของฉู่เหยียน ในขณะที่ของซุนจ้งจะทำให้แอ็คชั่นดูอันตรายกว่า โดยเฉพาะการต่อสู้ที่โชว์ "ค่ายกล" นั้น จะเห็นประสิทธิภาพการสอดประสานจนคนถูกโจมตียากจะรับมือจริงๆคล้ายกับที่อ่านจากบรรยา​ยในนิยาย ไม่ใช่เอานักแสดงมายืนตามตำแหน่งแล้วออกท่าทางมั่วๆจนดูตลกไปเลย

เรื่อง "ฤทธิ์ดาบหัก", "ถล่ม 13 เจ้าอินทรี", "ฤทธิ์แค้นเจ้ากระบองทอง"...ฯลฯ ของซุนจ้งผมเก็บไว้ครบทุกเรื่อง และรอดักอยู่จนทุกวันนี้ว่ายังจะมีเรื่องไหนออกมาอีก เห็นเมื่อไหร่เป็นต้องซื้อครับ

- ขอจบดื้อๆแค่นี้ล่ะครับ -
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
10-28-2012, 11:24 AM
Post: #32
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
ผมก็จำหนังพวกนี้ไม่ค่อยได้ครับ นานเหลือเกิน

ที่สำคัญ สมัยก่อนไม่มีเงินไปดูหรอกครับ

ตอนนี้ซื้อบางเรื่่องเอาไว้บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยได้ดูเท่าไหร่

ใครสนใจหนังจีนเก่าๆ ที่มาบุญครองมีอยู่ร้านหนึ่งขายเพลงเก่า หนังจีนเก่าๆมากทีเดียว

ไม่รู้ร้านยังอยู่รึเปล่า

ที่ผมไปซื้อมา เป็นหนังดราม่ามากกว่าครับ เช่น จอมใจจักรพรรดิ์ เพลงรักชาวเรือ เป็นต้น
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
10-28-2012, 11:27 AM
Post: #33
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
หนังกำลังภายในที่ผมจำได้ เป็นหนังทีวีครับ

เรื่อง จอมโจรจอมใจ ที่ เจิ้นเส้าชิวเล่นครับ

แล้วก็มังกรหยก ที่ หมีเซี๊ยะ แสดง

ตอนที่สอง ก็เป็น หลิวเต๋อหัวแสดง
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
10-28-2012, 10:44 PM
Post: #34
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
วรรณกรรม โกวเล้ง ทุกเรี่อง

เมื่อถ่ายทอต ลงแผ่นฟิล์ม จอแก้ว

ไม่ว่าจะโด่งดัง ทะลุฟ้า กระแทก แสก หน้า ดิน

อรรถรส สูญเสีย โดยสิ้นเชิง





ดุจดั่ง





พญามังกร ผงาดฟ้า

กลับ กลาย เป็น

ไส้เดือน โดน ขี้ เถ้าาาาาา

กระเสือก กระสน หลงตน



และ
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 1 user Likes หน้าโง่'s post:
chaichai
12-09-2012, 10:44 PM
Post: #35
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
http://topicstock.pantip.com/chalermthai...54937.html
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
01-11-2013, 11:34 PM
Post: #36
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
.... เรียนถามท่าน เมษาสุริยัน แลมิตรสหายร่วมแนว
ทำไม " เฮ้งต๋ง " จึง " ปุกต๋ง " ?
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like ไทคูน's post:
aprilsun, chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง
01-12-2013, 12:00 AM
Post: #37
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
ไม่รู้ แต่เราชอบเฮ้งต๋งมากที่สุดในสี่คน
ปุกต๋งคือไร ไม่เคลื่อนไหวป่ะ

Big Grin มีความสุขจังเลย Big Grin
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง's post:
aprilsun, chaichai
01-12-2013, 10:33 AM (This post was last modified: 01-12-2013 10:43 AM by aprilsun.)
Post: #38
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
เฮ้งปุกต๋ง (หวังปุ๊ต้ง) แปลว่า "เฮ้งผู้ไม่เคลื่อนไหว" ครับ ที่จริงแล้วผมก็ข้องใจโกวเล้งอยู่เหมือนกันที่ไม่ชัดเจนว่านี่เป็นชื่อดั้งเดิมของตั​วละครนี้หรือเปล่า โกวเล้งมาอธิบายตอนท้ายเรื่องว่าที่เฮ้ง "ปุกต๋ง" เพราะความเจ็บช้ำเสียใจต่อความผิดพลาดในอดีตของตน เคยท้อแท้ถึงขั้นคิดจะไม่เคลื่อนไหวจนอาจถึงตายไปเลยถ้าก๊วยไต้โล่วไม่บังเอิญบุกเข้​าเคหารุ่มรวยแล้วคบหากันเป็นสหายจนกระตุ้นกำลังใจให้กลับมาใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งหนึ่งความหมายของชื่อนี้กลับไปแทนค่าของหลักวิชาต่อสู้ประจำตัว ที่เน้น "ความสงบสยบความเคลื่อนไหว" ถ้าโกวเล้งทำให้ชัดว่าตัวละครนี้มีชื่อเดิมว่าอะไร และเรียกตัวเองด้วยชื่อนี้ในภายหลังจะสมเหตุสมผลมาก

จุดเด่นของ "วีรบุรุษสำราญ" และผลงานของโกวเล้งในปลายยุคจะเน้นเรื่องอารมณ์ความผูกพันและความขัดแย้งระหว่างมนุษ​ย์ บรรดาตัวเอกล้วนแต่มีความมุ่งมั่นที่จะใช้ความรักเป็นอาวุธตอบโต้ความแค้น(หากยังมีท​างเลือกอยู่) ซึ่งไปตรงกับ "เฮี้ยบ" หรือ "จริยธรรม" มากกว่าการต่อสู้หรือ "บู๊" และเป็นแนวทางเฉพาะตัวที่ทำให้โกวเล้งขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์คนหนึ่งที่เลียนแบบได้ยา​ก ความที่โกวเล้งมีพื้นฐานโรแมนติคมากกว่านักประพันธ์จำนวนมาก มีความรู้สะสมจากการอ่านงานกวีโบราณเลื่องชื่ออย่าง "โซวตังปอ (ซูตงปอ)", "โต้วชิวเนี้ย (ตู้ชิวเหนียง)" โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุดยอดกวีขี้เมายุคราชวงศ์ถังอย่าง "ลี้แป๊ะ (หลี่ไป๋)" ทำให้มีเงาของความเป็นจินตกวีในสำนวน, ปรัชญาพื้นฐาน และแฝงในบรรดากลอนเปล่าที่เขาแทรกอยู่ สิ่งเหล่านี้ถูกสังเคราะห์ในจิตสำนึกของโกวเล้งจนละเอียดแล้วหลั่งไหลปะปนอยู่กับการ​ดำเนินเรื่องและพล็อตเรื่องสมัยใหม่อย่างแนบเนียน เนื่องจากโกวเล้งเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษและเคยทำงานแปลภาษามาก่อน จึงอ่านวรรณกรรมตะวันตกไว้มากมาย จะว่าไปโกวเล้งอาจเทียบได้กับลี้แป๊ะในยุคใหม่สำหรับวงการนิยายกำลังภายใน

"ม่อย้งมุ้ย" ที่ถูกมองว่าคือคนที่เป็นสาวกและพยายามเลียนแบบโกวเล้งอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำได้ใกล้เคียงแค่ความเสเพล, น้ำมิตร กับการหักมุมเรื่อง ด้านอารมณ์ลึกซึ้งและปรัชญายังไม่ติดฝุ่นโกวเล้ง

"อึ้งเอ็ง"ที่มีความเกี่ยวพันกับโกวเล้งในฐานะนักเขียนเงามาก่อนก็ยังทำไม่ได้ ด้วยพื้นฐานต่างจากโกวเล้งจึงเลียนแบบได้แค่การหักมุมและซ่อนปม เขาเคยนำบทกวีของ "โต้วชิวเนี้ย" ที่บรรยายเตือนมนุษย์ให้มองเห็นคุณค่าของชีวิตวัยดรุณมากกว่าความโลภสะสมทรัพย์สมบัต​ิ มาเขียนเป็นนิยายขนาดสั้นเรื่องหนึ่ง ปรากฏว่าเข้ารกเข้าพงกลายเป็นการล้างแค้นของปิศาจที่ถูกจอมยุทธ์เนรคุณฆ่าล้างสำนัก คืออ่านสนุกบนความเป็นอึ้งเอ็ง แต่ไม่ได้เรื่องเลยหากมองจากมุมที่เจตนาการใช้บทกวีเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 3 users Like aprilsun's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง, ไทคูน
01-12-2013, 11:46 AM
Post: #39
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
(01-12-2013 10:33 AM)aprilsun Wrote:  เฮ้งปุกต๋ง (หวังปุ๊ต้ง) แปลว่า "เฮ้งผู้ไม่เคลื่อนไหว" ครับ ที่จริงแล้วผมก็ข้องใจโกวเล้งอยู่เหมือนกันที่ไม่ชัดเจนว่านี่เป็นชื่อดั้งเดิมของตั​วละครนี้หรือเปล่า โกวเล้งมาอธิบายตอนท้ายเรื่องว่าที่เฮ้ง "ปุกต๋ง" เพราะความเจ็บช้ำเสียใจต่อความผิดพลาดในอดีตของตน เคยท้อแท้ถึงขั้นคิดจะไม่เคลื่อนไหวจนอาจถึงตายไปเลยถ้าก๊วยไต้โล่วไม่บังเอิญบุกเข้​าเคหารุ่มรวยแล้วคบหากันเป็นสหายจนกระตุ้นกำลังใจให้กลับมาใหม่ แต่ในอีกด้านหนึ่งหนึ่งความหมายของชื่อนี้กลับไปแทนค่าของหลักวิชาต่อสู้ประจำตัว ที่เน้น "ความสงบสยบความเคลื่อนไหว" ถ้าโกวเล้งทำให้ชัดว่าตัวละครนี้มีชื่อเดิมว่าอะไร และเรียกตัวเองด้วยชื่อนี้ในภายหลังจะสมเหตุสมผลมาก

จุดเด่นของ "วีรบุรุษสำราญ" และผลงานของโกวเล้งในปลายยุคจะเน้นเรื่องอารมณ์ความผูกพันและความขัดแย้งระหว่างมนุษ​ย์ บรรดาตัวเอกล้วนแต่มีความมุ่งมั่นที่จะใช้ความรักเป็นอาวุธตอบโต้ความแค้น(หากยังมีท​างเลือกอยู่) ซึ่งไปตรงกับ "เฮี้ยบ" หรือ "จริยธรรม" มากกว่าการต่อสู้หรือ "บู๊" และเป็นแนวทางเฉพาะตัวที่ทำให้โกวเล้งขึ้นสู่ระดับปรมาจารย์คนหนึ่งที่เลียนแบบได้ยา​ก ความที่โกวเล้งมีพื้นฐานโรแมนติคมากกว่านักประพันธ์จำนวนมาก มีความรู้สะสมจากการอ่านงานกวีโบราณเลื่องชื่ออย่าง "โซวตังปอ (ซูตงปอ)", "โต้วชิวเนี้ย (ตู้ชิวเหนียง)" โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุดยอดกวีขี้เมายุคราชวงศ์ถังอย่าง "ลี้แป๊ะ (หลี่ไป๋)" ทำให้มีเงาของความเป็นจินตกวีในสำนวน, ปรัชญาพื้นฐาน และแฝงในบรรดากลอนเปล่าที่เขาแทรกอยู่ สิ่งเหล่านี้ถูกสังเคราะห์ในจิตสำนึกของโกวเล้งจนละเอียดแล้วหลั่งไหลปะปนอยู่กับการ​ดำเนินเรื่องและพล็อตเรื่องสมัยใหม่อย่างแนบเนียน เนื่องจากโกวเล้งเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษและเคยทำงานแปลภาษามาก่อน จึงอ่านวรรณกรรมตะวันตกไว้มากมาย จะว่าไปโกวเล้งอาจเทียบได้กับลี้แป๊ะในยุคใหม่สำหรับวงการนิยายกำลังภายใน

"ม่อย้งมุ้ย" ที่ถูกมองว่าคือคนที่เป็นสาวกและพยายามเลียนแบบโกวเล้งอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำได้ใกล้เคียงแค่ความเสเพล, น้ำมิตร กับการหักมุมเรื่อง ด้านอารมณ์ลึกซึ้งและปรัชญายังไม่ติดฝุ่นโกวเล้ง

"อึ้งเอ็ง"ที่มีความเกี่ยวพันกับโกวเล้งในฐานะนักเขียนเงามาก่อนก็ยังทำไม่ได้ ด้วยพื้นฐานต่างจากโกวเล้งจึงเลียนแบบได้แค่การหักมุมและซ่อนปม เขาเคยนำบทกวีของ "โต้วชิวเนี้ย" ที่บรรยายเตือนมนุษย์ให้มองเห็นคุณค่าของชีวิตวัยดรุณมากกว่าความโลภสะสมทรัพย์สมบัต​ิ มาเขียนเป็นนิยายขนาดสั้นเรื่องหนึ่ง ปรากฏว่าเข้ารกเข้าพงกลายเป็นการล้างแค้นของปิศาจที่ถูกจอมยุทธ์เนรคุณฆ่าล้างสำนัก คืออ่านสนุกบนความเป็นอึ้งเอ็ง แต่ไม่ได้เรื่องเลยหากมองจากมุมที่เจตนาการใช้บทกวีเป็นส่วนสำคัญของเรื่อง
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 1 user Likes ไทคูน's post:
chaichai
01-12-2013, 12:27 PM
Post: #40
RE: บางส่วนเสี้ยวของนิยายจีนกำลังภายใน
.... ท่าน เมษาสุริยัน มีวิทยุที่ล้ำเลิศ ขอบพระคุณที่ประทานกระบวนท่า นับถือๆ
Find all posts by this user
Like Post Quote this message in a reply
[-] The following 2 users Like ไทคูน's post:
chaichai, หวัดดีจ้ะ..ฉิงฉิง
Post Reply 


Forum Jump: